สำนักงานสภาพนักงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Chingmai University Emplouyee Senate office



ทำเนียบประธานสภาพนักงาน
ระเบียบ/ข้อบังคับ/ประกาศ มช.
รายงานการประชุมสภาพนักงาน
จดหมายข่าวสภาพนักงาน
กิจกรรมสภาพนักงาน
ติดต่อสภาพนักงาน
ข่าวสาร ปอมท.
 
 
 
 

 

หน้าที่ 1

>>>>สภาพนักงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาจากการรวมเอาสภาข้าราชการและลูกจ้าง กับสภาอาจารย์เดิมเข้าด้วยกัน
ให้เป็นสภาเดียวกันตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อให้เป็นตัวแทนของบุคลากรมหาวิทยาลัยทั้งหมด
ในช่วงนั้นมีมหาวิทยาลัย 7 แห่ง ได้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับสมัยที่ศาสตราจารย์ ดรงวิจิตร ศรัสอ้าน เป็นรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาที่ใช้ชื่อว่าสภาพนักงานเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ >คือ> มหาวิทยาลัยบูรพาส่วน
มหาวิทยาลัยทักษฺณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
พระนครเหือใช้ชื่อว่าสภาคราจารย์และพนักงาน >>สำหรับจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดลใช้ชื่อว่าสภา
คณาจารย์เหมือนเดิมเพราะทั้งสองสถาบันนี้ไม่มีสภาข้าราชการและลูกจ้างในมหาวิทยาลัย
>>>>สภาพนักงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ >>>ขณะที่มีการร่างข้อบังคับสภาพนักงาน มีประเด็นที่ให้คณะกรรมการร่างข้อ
บังคับฯ พิจารณาคือ
>>>>1. >องค์ประกอบและจำนวนของคณะกรรมการสภาพนักงานจะมีจำนวนเท่าไร >สัดส่วนของคณะกรรมการระหว่าง
สายสนันสนุนวิชาการและสายวิชาการ (อาจารย์)สมควรมีเท่ากันหรือไม่
>>>>2. >ประธานสภาพนักงานจำเป็นหรือไม่จะต้องมาจากสายวิชาการเท่านั้น
>>>>ในประเด็นแรก >>:->> องค์ประกอบและจำนวนของคณะกรรมการสภาพนักงานจะมีจำนวนเท่าไร และสัดส่วนของ
คณะกรรมการระหว่างสายสนันสนุนวิชาการและสายวิชาการ(อาจารย์) สมควรเท่ากันหรือไม่นั้น ซึ่งแต่เดิมสภาข้าราชการ
และลูกจ้างมีตัวแทนจากทุกหน่วยงานเป็นคณะกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 31 คน >ส่วนสภาอาจารย์มีตัวแทนจากคณะต่างๆ
20 คน และมีตัวแทนจากส่วนกลางอีกกึ่งหนึ่ง คือ 10 คน รวม 30 คน >เมื่อกำหนดเป็นสภาพนักงานการรวมคณะกรรมการ
ตามโครงสร้างเดิมจะมีจำนวนกรรมการในสภาพนักงานถึง 61 คน >คณะกรรมการร่างข้อบังคับสภาพนักงานซึ่งในขณะนั้น
ประกอบด้วยสายสนันสนุนและสายวิชาการ จึงกำหนดให้กรรมการสภาพนักงานมีจำนวน 24 คน โดยเทียบจากกรรมการ
สภามหาวิทยาลัยที่บริหารทั้งมหาวิทยาลัยมีจำนวนกรรมการรวม 27 คน และให้ได้มาจากการเลือกตั้งของบุคลากรทุกคน
ในมหาวิทยาลัย ประเด็นต่อมา คือ> สัดส่วนระหว่างสานวิชาการและสายสนับสนุนควรจะเท่ากันหรือไม่ ได้มีการอภิปราย
กันอย่างกว้างขวาง>>>และได้ข้อสรุปว่าควรจะเท่านกันด้วยเหตุผลที่ว่าในมหาวิทยาลัยสายวิชาการเป็นสายหลักในการ
บริหารจัดการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับหลักสูตรและนักศึกษา >>>ขณะเดียวกันหากไม่มีวสายสนับสนุนที่เข็มแข้ง
มหาวิทยาลัยก็ไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้เช่นเดียวกัน

- ต่อ - หน้าที่ 1 - 2 - 3 - 4